บันทึกของครอบครัว เด็กชายเจตน์ และ เด็กชายเจ

 

 

ถูกใจ - ถูกต้อง - พอใจ - พอเพียง

 

เปิดศักราชรับหน้าที่ใหม่ด้วยความแช่มชื่น
ได้ใช้เวลากับสองหนุ่ม..เต็มที่ ชื่นใจจริง
ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวี่ทั้งวัน เลยนะนั่น

...

เพราะ

...

ถูกใจ ถูกต้อง พอใจ พอเพียง

เจ๊ตตี้ป่วย (ไม่ได้ไปโรงเรียน)
กร๊ากกกกกก
Y_Y

~~~~~~~~~~~~~~

คุณนายแม่ (แอบ)ลั๊นลานิดหน่อย

วันแรก วุ่นวายอยู่กับลูกทั้งวัน
มีนักศึกษาปริญญาโท ม.มหิดลโทรมาขอข้อมูลเกี่ยวกับ speech
โดยการแนะนำของแม่น้องพอเพียง (คุณนายดาว ใช่เทอรึไม่?)
แต่ชอบมากเลย ชอบบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาก
เพราะคุณปัท ผู้ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการสื่อสารในเด็กเล็ก 0-3 ปี
นอกจากจะถามคำถามเยอะมาก เพื่อที่จะประเมินความสามารถเด็กในวัยนั้นๆ
หลังจากนั้น ก็ยังสรุปให้ฟังด้วยว่าพัฒนาการของเจ๊ตตี้กับเจมี่เป็นอย่างไร

ชอบม๊ากกก เหมือนมีหมอมาคุยแบบ exclusive
(คุณปัททำวิจัยป.โทคณะแพทย์ฯ แต่ไม่ได้ถามว่าเป็นแพทย์หรือเปล่า)

...

คุยกันจนพอใจ ใช้เวลาเป็นชั่วโมง
คุณปัทสรุปให้ฟังว่า

ถูกใจ ถูกต้อง พอใจ พอเพียง

เจมี่ มีความสามารถในการสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
เริ่มมีคำที่มีความหมายคำแรก คือ "แอ๊" บางทีถ้าเผลอก็มี "แม๊" หลุดออกมา
คำอื่นๆ ยังไม่มี นอกจาก อากือ อากือ 555

แต่ที่แน่ๆ น้องมี่ "อุทาน" ได้ กร๊ากกก
อ่าว ไม่เชื่อเหรอ จริงๆน๊า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ก่อน
แม่จิบพาน้องมี่ไปนอนกลางวัน พ่อจิวแอบหลบไปนอนด้วย (ดูบอลดึก..ง่วง)
น้องมี่ตื่นก่อน ก็เริ่มคลานต่ำด้วยความเร็วสูงไปทั่วเตียง
เน้นคลานไปเอาของเล่นในตะกร้าปลายเตียง
แม่ก็คลานไป"เก็บ"น้องมี่กลับคืนมาหลายรอบ (จริงๆยังสลึมสลืออยู่)
สามรอบผ่านไป แม่หรี่ๆตาคอยมอง (ในใจ = ง่วงว้อย)
หยิบมาวางปั๊บ น้องมี่ก็ออกสตาร์ทกลับไปที่เดิมปุ๊บ
แล้วก็... โป๊ก(ผสมกับพลั่ก)....
ฮ่าๆๆ แม่นแล้วครับ น้องมี่พุ่งหลาวลงจากเตียงไป แม่เพิ่งขยับตัว คว้าไม่ทัน
(เตียงเตี้ยๆครับ สูงกว่าพื้นประมาณฟุตครึ่ง ข้างล่างเป็นไม้)

จ๊ากกกกกกกกกก
(เสียงน้องมี่ร้อง)

เท่านั้นแหละ พ่อแม่ ตื่นเต็มตา มองหน้ากันตาเหลือกนิดๆ

แม่รีบอุ้มน้องมี่มากอดไว้ก่อน (กลัวมานจะกลั้นร้อง)
แง๊... น้องมี่ร้อง มีเหลือบตามามองแม่แบบค้อนๆนิดหน่อย แล้วร้องต่อ 555
นิสัยน้องมี่ปกติก็ขี้อ้อน ออเซาะขั้นเทพอยู่แล้ว
พอเจ็บตัวแบบนี้ ยิ่งตะบี้ตะบันร้องเข้าไปใหญ่ สีหน้าสีตา อูย รวดร้าวซะเต็มประดา

"แง แง๊ ฮือ ฮือ อูยย แม๊ อูยย"
ห๊ะ??

พ่อกับแม่มองหน้ากัน ไม่ค่อยเชื่อหูตัวเอง
พ่อ - แม่ๆ น้องมี่มานร้องอูยได้ด้วยเหรอ
แม่ - (ฮ่าๆๆ) เออ น่านดิ มะเคยได้ยินอ่ะ ตะแรกนึกว่าหูฝาด คิดไปเอง
พ่อ - ไม่หรอก ได้ยินเหมือนกันอ่ะ
พ่อ แอนด์ แม่ - กร๊ากกกกกกก

น้องมี่ (หลับหูหลับตาร้องอยู่) - แม๊ อูยย ฮือ ฮือ อูยย

ถูกใจ ถูกต้อง พอใจ พอเพียง

หลังจากนั้น น้องมี่ก็กลายร่างเป็นครุฑน้อยๆไป 1 วัน
(จมูกเป็นรอยแดงๆ เพราะการกระแทกพื้น)
และเป็นรูดอล์ฟอยู่ 2-3 วัน อิอิ

...

ส่วนเจ๊ตตี้

ถูกใจ ถูกต้อง พอใจ พอเพียง
(รูปแอบไปควักมาจากมือถือ)

 

คุณปัทบอกว่าเจ๊ตตี้มีความสามารถในการสื่อสารได้เกินวัย
(ไม่น่าเชื่อว่าจะเพิ่งเริ่มพูดตอนเกือบจะสองขวบ)
เป็นลักษณะเด็กที่สะสมคลังศัพท์ไว้จนเริ่มพร้อมถึงจะค่อยปล่อยของ(แม่เรียกเอง)

ปัจจุบันนี้ เจ๊ตตี้พูดจาด้วยประโยคที่ซับซ้อน มีคอนดิชั่น
เช่น
แม่เปิดนี่ให้เจ๊ตตี้หน่อย เจ๊ตตี้เปิดไม่เป็น
นิดจ๋า นิดจ๋า (กวักมือ) เกาหลังให้เจ๊ตตี้หน่อย เจ๊ตตี้นอนไม่หลับ
ฯลฯ

นอกจากนี้เจ๊ตตี้ยังช่างสังเกตเก็บรายละเอียด และจำศัพท์ได้แม่น
เจ๊ตตี้รู้จักเชื่อมโยงคำศัพท์กับสิ่งต่างๆ
คุณปัทบอกว่าเจ๊ตตี้เป็นเด็กที่มี conceptual thinking
คือ มีคอนเซ็ปของการจดจำสิ่งต่างๆรอบๆตัว

เช่น

เจ๊ตตี้จำสีต่างๆและบอกสีถูกต้องเสมอ
ไม่ใช่แค่แม่สีแต่รวมไปถึงสียากๆ เช่น แดง ชมพู ส้ม ดำ เทา น้ำตาล ด้วย
อันนี้คุณปัทบอกว่าเด็กอาจบอกสีได้ แต่การบอกหลายสีที่ complicate
และบอกสีถูกตลอด แทบจะไม่ผิดเลยนี่นับว่าเป็นความสามารถเกินวัย

หรือ

การใส่รองเท้าแทบจะไม่สลับข้างเลย (ตั้งแต่เริ่มใส่รองเท้าใหม่ๆ)
เพราะอาม่าสอนให้เจ๊ตตี้รู้จักสังเกตรองเท้าเวลาใส่แล้วแบบไหนเรียกว่าถูกข้าง

หรือ

ไม่นานมานี้ เจ๊ตตี้สามารถบอกเลี้ยวซ้าย-ขวาได้
จำผิดจำถูกเป็นเรื่องปกติ จนแม่บอกให้สังเกตว่า
ซ้าย = มือข้างที่เจ๊ตตี้เขียนหนังสือ (ถนัดซ้าย) / ขวา = อีกข้างหนึ่ง
อ๋ออออ... (เจ๊ตตี้บอก) พอถามใหม่จะเลี้ยวซ้ายหรือขวา เจ๊ตตี้ก็บอกถูกแระ

ล่าสุด เจ๊ตตี้กำลังฮิตเพลงใหม่
"ช๊วบ ช๊วบ โว๊ว โวว โหว่ว"
รู้จักป่าวค๊าเพลงชัยรัตน์ เทียบเทียมเรยน๊า กร๊ากกก

~~~~~~~~~~~~~~~

คุณปัทวิเคราะห์ลูกแล้ว ยังแถมคอมเม้นท์แม่ด้วย
คุณปัทบอกว่าคุณจิบใช้ภาษาได้ดีมาก สงสัยว่าดียังไง คุณปัทอธิบายว่า
แม่จิบสื่อสารได้ชัดเจน ตรงประเด็น ละเอียดถี่ถ้วน
ไม่แปลกใจว่าทักษะในการสื่อสารของเจ๊ตตี้ก็เลยค่อนข้างจะโตกว่าวัย

แหม... คุณแม่หน้าบานเป็นจานเชิง 555

(แต่จริงๆแอบคิดว่าเพราะเจ๊ตตี้อยู่กับผู้ใหญ่เยอะมากกว่า
ลักษณะคำพูดคำจาของเจ๊ตตี้ก็เลยดูจะเกินวัย เพราะการจดจำจากพี่ๆ
และจากการสื่อสารกับพ่อแม่นั่นเอง)

~~~~~~~~~~~~~~

- บทเรียนจากเพื่อน -

เมื่อคืน เพื่อนรักโทรมาคุย ถามเรื่องนู้นนี้แล้วเม้าท์กันเรื่อยเปื่อย
เพื่อนถามว่ากลับมาอยู่บ้านอีกที เป็นไง สบายใจไหม
บอกเพื่อนไปว่า สบายใจสิ(ยะ) เพราะรู้สึกว่าเวลาที่ลูกเล็กๆแบบนี้
เวลาที่เค้าต้องการเรา หรือ เค้าป่วยแล้วไม่มีใครดูแล รู้สึกผิดชะมัด

เพื่อนมีแอบเป็นห่วงเล็กน้อยว่าแล้วแกจะมีกินหรือเปล่า 555
มีแหละ มีเงินเก็บประมาณนึง พออยู่ไปได้พอสมควร แต่ต้องระมัดระวัง

ว่าแล้วก็คุยกันว่า การเลี้ยงดูลูกมันเป็น choice ของเรา
lifestyle มันก็เป็นของเรา บอกไม่ได้ว่าแบบไหนถูกหรือดี
เพราะคนแต่ละคน ล้วนก็ต้องมีทางเลือกที่แตกต่างกันออกไป

...

ตัวแม่จิบเอง พ่อแม่เลี้ยงมาแบบค่อนข้างประคบประหงม
อาจเป็นเพราะที่บ้านมีแต่ลูกสาว ก็เลยได้รับการดูแลแบบแนวไข่ในหิน
จะทำอะไรก็คอยระแวดระวัง คอยห้าม เรียกว่าขีดเส้นให้เดิน
พอมาถึงลูกๆแม่จิบ สิ่งที่ต่างชัดเจนคือ แม่จิบเลี้ยงแบบปล่อยให้ลูกลอง
ไม่ว่าจะเป็นการลอง"เจ็บตัว"นิดๆหน่อยๆ เพื่อจะได้จำว่าต่อไปทำแบบนี้ไม่ได้
ตั้งแต่เจ๊ตตี้มาแล้ว ลองเองลูก ลองแล้ว รู้ว่าเป็นไง ทีหลังจะได้ไม่ทำอีก
แม่แทบจะไม่ต้องคอยห้าม คอยจับ คอยเตือน เจ๊ตตี้รู้เองว่าแบบไหนไม่ควรทำ

แต่สิ่งที่แม่จิบได้รับมาตลอดจากพ่อแม่ คือ การเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด
และการที่พ่อแม่มีเวลาให้เราเสมอ พ่อแม่อาจจะทำอะไรอยู่ก็ตาม
แต่เมื่อไหร่ที่ต้องการ พ่อแม่พร้อมจะ pay attention ให้เราเสมอ
สิ่งแบบนี้ เงินแค่ไหนก็หาซื้อไม่ได้ ต้องอาศัย "ใจ" อย่างเดียว

...

ก่อนจบบทสนทนากับคุณนายเพื่อนตอนสี่ทุ่มเมื่อวาน
เพื่อนบอกว่า แกรู้ไหม
คนที่เค้าอ่านไดอารีของแกเค้าน่าจะได้แนวคิดดีๆจากการอ่านนะ
อร๊ายยย พูดอะไรเยี่ยงนั้น เพื่อนบอกจริงๆนะ ชั้นแอบอ่านเม้นท์ กร๊ากก

แต่ที่แน่ๆ แกไม่รู้หรอกว่าไดอารีของแกทำบุญมหาศาล
เห.. งง ทำบุญอะไรของมานฟระ

ในที่สุดความจริงก็เฉลย

เพื่อนแม่จิบเป็นหญิงเก่ง เป็นผู้บริหารระดับสูง บ้างานขนาดหนัก 555
ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สาวๆ (สมัยมหาลัย)
แล้วก็ค่อยๆผ่าน stage ต่างๆของชีวิตมาเหมือนเป็นถนนที่ขนานกัน 
วันนึง แม่จิบเลือกที่จะเดินทางแยก เปลี่ยนสถานะจากคนในวัยทำงาน
มาเป็นมีครอบครัว หัวข้อที่เราคุยกันก็เรื่องคู่ชีวิต
พอแม่จิบมีลูก เพื่อนก็พลอยได้มีประสบการณ์การเป็นแม่ทางอ้อมไปด้วย

เพื่อนรักบอกว่า การอ่านไดอารีของแก ทำให้ชั้นค่อยๆเข้าใจ"ความเป็นแม่"
จากเดิม เวลาลูกน้องขอลางานเพราะ family matters
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียน ลูกป่วย ลูกไหว้ครู และมาขอลางาน
คุณนายเพื่อน(ในอดีต)จะเคืองมาก เพราะไม่เข้าใจว่ามันจะสำคัญอะไรนักหนา
ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านก็มี ทำไมต้องลางานอีก แล้วไหว้ครูเนี่ยนะ อะไรกันเนี๊ยย
นี่มันวันทำงานนะ ชั้นนัดประชุมนะ สำคัญมากๆรู้ไหม ฯลฯ
...

เพื่อนบอกว่าแกเอ๋ย ปัจจุบันนี้ชั้นเหมือนมองโลกแบบใหม่
เพราะแก ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชั้น
ทำให้ชั้นเข้าใจหัวอกของแม่เวลาลูกป่วย
ทำให้ชั้นเข้าใจเวลาแกได้เป็นคนแรกที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของลูก
ทำให้ชั้นรู้ว่า"วันไหว้ครู"ของลูก มันน่าตื่นเต้นขนาดไหน
ทำให้ชั้นสามารถพูดได้เต็มปากว่า
แกตัดสินใจทิ้งงานดีๆ มาเลี้ยงลูกนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแกจริงๆ

และที่แน่ๆ ปัจจุบันนี้
ชั้นเข้าใจหัวอกลูกน้องที่มีครอบครัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย
^^

เพื่อนรัก อย่างน้อยชั้นก็ดีใจที่ทำให้แกมี heart at peace
ความเป็นแม่ คนเรามีมากน้อยไม่เท่ากัน อยู่ที่ priority ในชีวิตมากกว่า
ตอนนี้แกมีงานเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพราะแกยังไม่เลือก priority อื่น
แต่วันไหนที่แกเลือก รับรองว่าแกจะต้อง manage ได้แน่นอน
เพราะว่า.. ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ "ใจ" จริงไหมเพื่อน

ถูกใจ ถูกต้อง พอใจ พอเพียง

อ่ะ รูป godsons ของแก เอาไป(ย่ะ) อิอิ

 

 

<< July >>

S

M

T

W

T

F

S

29 

30 

1 

3 

4 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

ถูกใจ - ถูกต้อง - พอใจ ...
~My Lifetime Career~
~พระคุณที่สาม(ด้วยคน)~
~ดั่งดอกไม้บาน~
~ให้เธอ~
~ขยันหน่อย~

 

contributed by

 

hooray, it's the jj's mum!

 

mental support by

   

 

inspired by

Posted on Thu 3 Jul 2008 10:23

นานาสารพัน แบ่งปันความคิดเห็น

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

อ่านไดคุณแม่จิบแล้วได้อะไรกลับมามากมายเลยค่ะ ไม่ใช่แค่อารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี แต่ยังมีวิธีการเลี้ยงลูก เวลาอ่านจะนึกถึงไดพี่จิด้วย แบบว่าทั้งสองไดมีคุณภาพจริง ๆ เลยค่ะ

น้องร้องอูยด้วย ^^ ~~
mytoonhua.diaryclub.com   
Fri 4 Jul 2008 3:00 [25]

พี่เป็นหนึ่งในคนอ่านไดของน้องจิบ...แม้จะไม่ได้มาทุกได...

แต่..อ่านย้อนหลัง หุหุ ขอมาชูจักกุแร้สูงๆ ด้วยคนว่า

อ่านเรื่องราวของน้องจิบและการเลี้ยงลูก สามารถบอก

ได้ถึงคุณภาพ(คับแก้ว) เลยแหละ ทั้งพื้นฐานครอบครัวที่ดี(มาก)

ภาษาการเขียนของน้องจิบก็ดีมาก ๆด้วย ไม่ได้แนววิชาการ

แบบประมาณว่า นึกไปถึงคนจบป.เอก แต่เป็นการเขียนที่ดีจริงๆ

ชมจากใจจริงเลยแหละ แล้วหากได้อ่านทีไรก็ยังสามารถเรียกรอยยิ้มที่มุมปากได้ด้วย

แนวว่า ภาษาดี เขียนดี พร้อมกับมีjokes แฝงเป็น comedienne ไปในตัว อิอิ
พี่อ้อย   
Thu 3 Jul 2008 22:18 [24]

จริงด้วยแหละ เพื่อนสนิทแม่จิบพูดถูก
อ่านไดฯนี้แล้วได้สาระมากๆ จริงๆ
ไม่รู้อะไรนิด
กระตุ้นหน่อย
เด๋วแม่จิบก็ไปหามาให้
(กร๊ากกกกก 5555)

อย่างวันนี้ก็ได้เรื่องการสื่อสารเหมือนกันนะ
เพราะเอเชียก็น่าจะได้ประมาณเจ็ตตี้
บอกสีได้เกือบหมด
ใช้ภาษาแบบมีเงื่อนไขได้ (เข้าใจเหตุผล) "เอเชียกินไม่หมด เพราะแม่อิ๋วเตรียมให้เยอะ"
(เอเชียเป็นเด็กที่อยู่แต่กับผู้ใหญ่เหมือนกัน และไม่มีใครพูดภาษาเด็กด้วย(พูดด้วยโดนแม้ค้อน))
เอเชียไม่เคยใส่รองเท้าผิดข้างเหมือนกัน (แต่ยังบอกเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายขนาดเจ็ตตี้ไม่ได้)

แต่ว่า...
น้องมี่อุทานได้จริงๆเหรอนั่น
อยากได้ยินจริงๆเลย
littleasia.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 22:12 [23]

กระซิกๆๆๆๆ อ่านแล้วมันตื้นตันยังไม่ไม่รู้ ขอบคุณมากที่พี่จิบโทรมา ว่าจะมาถามอยู่เหมือนกันค่ะว่าไปหาหมอทำไม อ้อ เจ็ตตี้ป่วยนี่เอง ระวังน้องมี่ป่วยตามนะคะ

อเมซิ่งน้องมี่ร้องอูยๆๆเป็นอ่ะพี่จิบ ไทนี่ทำเสียงหลายแบบ บางแบบมีน้ำลายพ่นออกมาเป็นของผสมด้วย แล้วก็ชี้นิ้วเป็นนะ จะเอาอะไรขอเป็น ชี้ๆขอ แต่ยังไม่มีคำไหนที่ฟังออกเป็ฯเรื่องเป็นราวเลย

เรื่องงาน ให้ตอบจริงๆยังมีความสุขกับงานอยู่ รู้สึกว่างานที่ทำมันทำให้ได้เรียนได้รู้มากขึ้น โดยเฉพาะภาคทฤษฏี กะจะทำไปซักพักให้ทฤษฎีแน่นขึ้นอีกหน่อย ตอนนี้มันยุ่งมากเพราะไอ้งานเสริมนี่แหละค่ะ เดี๋ยวหมดแล้วคงดีขึ้นบ้าง

ที่แน่ๆงานหลวงเองอันไหนที่เป็นนอกเวลาจะพยายามลดแล้วเหมือนกัน เพราะเริ่มรู้สึกผิดอย่างที่เคยเขียนไปในได

เหนื่อย แต่ยังโอเคค่ะ
ultramarineblue.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 21:40 [22]

และที่แน่ๆ ปัจจุบันนี้
ชั้นเข้าใจหัวอกลูกน้องที่มีครอบครัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย

ชอบอันนี้ จริงๆนะ นายที่ไม่มีครอบครัวก็เป็นอีกแบบ ไม่เคยมี role outside work ไง
muffinwafer.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 19:54 [21]

จม. อุทานใช้ได้เลยนะ อูยยยยย อิอิ
จต. เชื่อเลยว่าคุยเก่งนะ เห็นจากแม่จิบเป็นตัวอย่าง อิอิ

ครอบครัวหนุงหนิง...ก็ เลี้ยงเค้ามาแบบไข่กลมๆในหิน
เพราะลูกสาวคนเดียว คนกลางอีกคะหาก อิอิ
เคยอ่านในหนังสือเหมือนกัน...ควรให้เด็กได้ลองผิดลองถูก แต่เราก็คอยดูอยู่อย่างระวมัดระวัง

ปล-หวังว่าพวกเราคงได้เจอกานนะ...

vadaaaa   
Thu 3 Jul 2008 19:08 [20]

เห็นด้วย เห็นด้วย

อ่านไดนี้ ได้อะไรมากมาย แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เอ้ย...แบบว่าอธิบายได้ไม่หมด

แต่สิ่งที่บอกได้ตอนนี้ก็คือ อ่านไดพี่แล้ว เริ่มรู้ซึ้งถึงสิ่งที่จะรู้สึกได้จากการเป็น หม่ามี้ 555 ประมาณว่า ซ้อมคิดไว้ไง
lifesucks.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 18:03 [19]

เพือนคนไหนเนี่ยคุ้นๆ ใช่เพื่อนมัธยมชั้นป่าว อิอิ

เพื่อนถ้าอ่านอยู่ ... ก็รีบมีซะทีสิยะ .. มามีพร้อมกันมะ จะได้เอาลูกไปเข้าโรงเรียนพร้อมๆ กัน อิอิ

chuda.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 16:36 [18]

"ช๊วบ ช๊วบ โว๊ว โวว โหว่ว"
---
555 เพลงนี้มันรุ่นป้าเลยนะ จต
อ๋อ ลืมไป เรารุ่นเดียวกัน แบ แบ บู้ ก๊ากกกก


จะบอกว่า จต อ่ะ ประเภท ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
ส่วน จม จะสมน้ำหน้า หรือ จะขำดีอ่ะ อูยยย ฮ่าๆๆๆ

อือ...เห็นด้วยกะเพื่อนสนิทของจิบนะ เพื่อนจิบเหมือนลูกพี่คนปัจจุบันของพี่เลย เมื่อก่อนฮีบ้างาน ไม่ชอบที่ใครลางาน ตั้งแต่ฮีมีลูก ฮีเริ่มมีธุระปะปังมากขึ้นเกี่ยวกับลูก จนทำให้ทุกวันนี้ เวลาลางานไปเพื่อกิจกรรมของลูก ฮีไม่มีบ่น ไม่มีว่าอะไรสักคำ นี่แหละน๊า ถึงว่า ถ้าไม่มีเองก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง ... เนอะ
เก๋มนช่อ-จินจินshor.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 16:34 [17]

อิอิ โดนโทรมาสัมภาษณ์เหมือนกันเลย นิ๊งหน่องก็พัฒนาการตามวัยเหมือนกันน๊า แต่ไม่เห็นเค้าจะมาคอมเมนท์แม่เลย สงสัยไม่โดดเด่น ก๊ากกก
triplenfamily.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 16:28 [16]

รู้สึกคุณปัทเป็นแอร์การบินไทยค่ะพี่จิบ..

โทรฟี่เวลาตื่น (แล้วแม่หลับ) ไม่รู้เป็นอะไร.. เค้าจะไม่คลานไปขอบเตียง คือไว้ใจได้ว่าอยู่แถวนี้ แต่ก็ต้องลืมตาดูพฤติกรรมตลอด จะตก ก็ดิ้นๆๆเวลาหลับเนี่ยแหละ กร๊ากกก

อย่างนี้ต้องให้คุณปัท ไปสัมภาษณ์ แม่น้องลูกไม้ อัจฉริยะเด็กตัวจริงใน Bloggang เพราะอ่านหนังสือได้ตั้งแต่ 11 เดือน อิอิ
aummy   
Thu 3 Jul 2008 16:16 [15]

ชอบรูปที่สองอ่ะ น้องมี่ทำหน้าแบบว่า วัยรุ่นเซงงงงงง 55555
SuperKung   
Thu 3 Jul 2008 16:10 [14]

อ่านไดฯจิบนอกจากได้ความรู้อย่างที่คุณนายเพื่อนบอกแล้ว ยังได้ความสนุก สุข ความสบายใจ แบบอดยิ้มไม่ได้ทุกที
คนอะไร้ มีความสุขกะลูกแอนด์ครอบครัวได้ซะทุกเรื่องเลยอ่า..
แอบอิจฉาอยู่นะยะ...

ขำน้องมี่ร้องอูยๆได้แล้วเหรอ..
ธันยังร้องแกว๊กๆอยู่เหมือนเดิม พยายามเลียนเสียงอื่นๆ เช่น บูๆ (เล่นน้ำลาย), อะกิ๊ อะกิ๊ (ทำเสียงเล็กๆน่าร๊ากมาก).. ว่าแต่.. นี่มานภาษาไรฟระ.. กร๊ากกกก
tannoi.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 15:23 [13]

พี่จิบ จริงๆ อย่างที่เพื่อนพี่บอกเลยค่ะ เพราะไม้ต้องอ่านทุกตอนที่พี่เขียน มันเหมือนตำราไปแล้วอ่ะค่ะ คือไม้จะอ่านแล้วเก็บไว้สอนเด็กที่บ้านด้วยค่ะ

ปล.ขอบคุณน่ะค่ะที่สอนข้อคิดดีๆๆ ในไดอารี่

ก่อนหน้านี้ไม้อ่านอย่างเดียว ไม่เคยเม้นท์ (หลบอยู่มุมตึก ว่างั้นก็ได้ค่ะ )
แม่เจ้าปาย   
Thu 3 Jul 2008 13:40 [12]

อ่านแล้วก็แอบดีใจไปด้วย ถ้า จต ฉลาดเกินเด็ก ในเรื่องคำพูด เรื่องการจดจำสี งั้นเจ้ายีนส์ก็น่าจะอยู่ในข่ายเดียวกะ จต นะเนี่ย อิอิ (จริงๆแล้วยีนส์มันจำมาจากผู้ใหญ่ตะหาก 555)

จิบๆ อยากเปิดไดจิบให้เจ้านายอ่านมั่งจัง เวลาลางานเพราะลูกป่วย และอีก 100 เหตุผล นายจะได้เข้าใจช้านซะที เห้อออออ
ปุ่นกะยีนส์   
Thu 3 Jul 2008 12:19 [11]

ซึ้งอ่ะ แล้วก้อได้อะไรหลายๆ อย่างในความเป็นแม่จากไดฯ พี่จิบเยอะมาก เอาไปเล่าสู่กันฟังกับคุณแม่ของนุ่นมากมาย และที่แน่ๆ หลังจากสี่เดือนข้างหน้า พี่จิบต้องคอยตอบคำถามและให้คำแนะนำกับนุ่นด้วยหล่ะ อิอิ
noonny   
Thu 3 Jul 2008 12:18 [10]

เป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเลี้ยงลูกเอง
แต่บ้าน(สามี)คัดค้านถ้วนหน้า เค้าบอกว่าลูกให้พี่เลี้ยงเลี้ยงไป
แม่ต้องไปทำงานเพราะงานสำคัญกว่า อ้าว...
ไม่ได้พูดตรงๆแบบนี้หรอก แต่ก็ทำนองนี้ล่ะ
เลยต้องกลับไปทำงานทั้งน้ำตา... โฮๆๆ

น้องมี่คอเป็นชั้นเลยอ่ะ รูปสุดท้ายยิ้มจริงใจสุดๆ
ไม่ใช่เด็กยิ้มแบบนี้ไม่ได้นะ (มันไม่น่ารักแบบนี้น่ะสิ ฮ่าๆๆ)
amimi.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 12:15 [9]

ขอบคุณคุณพี่แม่จิบสำหรับอีกหนึ่งบทเรียนดีๆวันนี้นะค๊ะ^^
ps: รูปสุดท้ายน้องมี่ยิ้มหลุดโลก ช๊อบ ช่อบ
*peung*   
Thu 3 Jul 2008 12:01 [8]

เห็นด้วยว่าอ่านไดของเธอแล้วไนวคิดอะไรเยอะเลย ชอบๆ รูปก็น่ารักด้วย
น้องมี่อุทานเป็นด้วย... มานเจ็บใช่มั๊ยคับ
เจ๊ตตี้หายป่วยไวไวนะคับ
tinybear.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 11:32 [7]

พี่เจ้ตตี้เก่งจังค่ะ พูดจาแบบผู้ใหญ่จริงๆด้วย
ยิ่งพูดได้แบบมี condition อย่างนี้ แสดงว่าเค้าเป็นคนมีเหตุผลนะคะ

มะปราง   
Thu 3 Jul 2008 11:24 [6]

รู้สิจ๊ะเพลง เจ้าเจ๊ตตี้ร้องน่ะตอนป้าเด็กๆ เต้นชูวับๆๆ หน้าบ้านประจำ ฮ่าๆๆ แล้วใครสนอให้ร้องเพลงนี้ลูก

พี่อ่านแล้วมีความสุข ขำด้วย ขำเจ้ามี่ ฮ่าๆ อูย โอ๊ย เออ เก่งแฮะ ก็มันเจ็บนะครับแม่จิ๊บบบบบบ ((เรียกแบบเจ้าเจ๊ตตี้))

พี่ว่า บ้านน้องจิบ เป็นบ้านมีคุณภาพ เพราะพื้นฐานมาดี จากการที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูเอาใจใส่มาดี พี่ไม่แปลกใจที่ทำไมคุณปัทประเมินแล้วผลออกมาแบบนี้ แม่ทุ่มเทขนาดนี้ลูกออกมาไม่ดี ก็ต้องแปลกใจล่ะ นี่ได้ดีเลยไม่แปลกใจ เพราะรู้มานานแล้ว

อ่านแล้วเหมือนย้อนตัวเอง นัยว่าชมตัวเองไปด้วยกรั่กๆๆๆ

พี่เข้าใจนะ เรื่องคนอ่านไดอารี่น้องจิบไม่ได้แค่ความเพลินเพลินนะคะ อ่านแล้วได้อะไรเยอะ เราเลี้ยงลูกค่อนข้างแนวเดียวกัน ปลื้มไปชมไป ลูกเรานิ

แต่ความเป็นแม่และเมียของเราพี่ว่าเราเสียสละเยอะนะ เพราะงานคือเงินคือกล่อง คือชื่อเสียงของเราเราเสียสละส่วนนั้นมาได้นี่ แบบ ยากเหมือนกันนะคะ แต่ หางานแบบรับทำที่บ้านเหมือนพี่สิ ((ฮ่าๆๆ ไม่วายงก))จะได้สบายใจด้วยได้เลี้ยงลูกด้วย เนอะ

ไปนอนก่อน ง่วงแล้วววววว เที่ยงคืนกว่าล่ะ เดี๋ยวมาใหม่พรุ่งนี้ มาอ่านซ้ำอีกรอบ ชอบบบบบบบ
smoothiegirl.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 11:17 [5]

อยากออกจากงานไปเป็นแม่บ้านอย่างพี่จิบบ้างจังค่า
อยากอยู่กะลูกในวัยที่เค้าต้องการเราที่สุด
dow แม่น้องบัว   
Thu 3 Jul 2008 11:13 [4]

ชูวับ ชูวับ โว้ โว โววว
พราวก็กำลังฮิตค่ะ
เพลงเดียวกันป่าวอ่ะ อิอิอิ

เจ้ตตี้เก่งอ่ะ

ถ้าการอ่านชีวิตแม่ๆบ้านๆอย่างพวกเรา
ทำให้คนบางคนได้เข้าใจในความเป็นแม่มากขึ้นก็ดีนะคะ
ในอีกแง่นึง
คนบางคนก็อ่านไดออยแล้วก็ต้องขอบคุณออยเหมือนกันค่ะ
ว่า

เธอทำให้ชั้นรู้เลยว่า การเป็นโสด ทำงาน ไม่มีลูก
มันอิสระโล่ง โปร่ง สบายยยยยยยยยยย แค่ไหน
ฮ่าๆๆๆๆๆ
proudlypresents.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 10:44 [3]

เห็นด้วยทุกประการ
ตั้งแต่บรรทัดแรก จนคำสุดท้าย

จุ๊บ จุ๊บ

twosons.diaryclub.com

twosons   
Thu 3 Jul 2008 10:35 [2]

[287:136]

กรี๊ดดด น้องมี่
มาควักคีย์บอร์ดแล็ปท็อปแม่ทามม๊ายยยย
jjbrothers.diaryclub.com   
Thu 3 Jul 2008 10:27 [1]