School Dilemma 

 

เหตุเกิดจากการที่เจ๊ตตี้และเจมี่ป่วยหนักในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ทำให้อาม่าเริ่มจะไม่สบายใจ ลามปามมาถึงคุณตา และนิดจ๋า ก็พลอยเห็นด้วยกันไปหมด เพราะอาม่าบอกว่าเทอมหน้าไม่ต้องไปโรงเรียนดีกว่า รอไปทีเดียวตอนอนุบาล 1 เลยก็แล้วกัน อาม่าบอกเจ๊ตตี้จ่ายค่าเทอมไม่คุ้มเลย 555 แถมยังป่วยบ่อยๆแบบนี้ แย่ก็ตรงน้องมี่ ผู้ซึ่งพลอยป่วยหนักๆเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

แม่จิบหน่ะเข้าใจทั้งสองฝั่ง แต่พ่อจิวเนี่ยสิบอกว่าไม่อยากให้เจ๊ตตี้หยุด เพราะการหยุดไปโรงเรียน เดี๋ยวพอถึงเวลาก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ อีกอย่างเด็กทุกคนก็ต้องผ่านช่วงป่วยกันมาทั้งนั้น จะตอนนี้หรือตอนไหนก็ต้องผ่านช่วงเวลาป่วยตอนเริ่มต้นไปร.ร.ใหม่ๆกันทุกคน
(แต่น้องมี่.. นี่แหละที่แม่จิบห่วงสุดๆ)

....

จริงๆแล้วแม่จิบชอบที่ให้เจ๊ตตี้ไปโรงเรียน
เพราะการไปโรงเรียนมีผลด้านบวกต่อพัฒนาการของเจ๊ตตี้อย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือตัวเอง เลิก diaper ทั้งกลางวัน กลางคืน
การรีเควสขอกินข้าวเอง ไม่ต้องให้ป้อนเวลาอยู่บ้าน
การกล้าแสดงออกมากมาย ร้องเพลง เต้น (ปกติจะเห็นได้น้อยมากๆ)
ที่เห็นได้ชัดสุดๆ คือ พัฒนาการด้านภาษาและการพูด
เจ๊ตตี้พูดได้เยอะขึ้น หลากหลายขึ้น และ lifely มากๆหลังจากไปโรงเรียน

ถ้าเลือกได้ แม่ก็อยากให้เจ๊ตตี้ไปโรงเรียน
เพราะ alternative ของการไปร.ร.ในตอนกลางวัน
ก็คือ การที่แม่ต้องมีสองหนุ่มป้วนเปี้ยนอยู่กับตัว 24 ชั่วโมง ทุกวัน กรี๊ดดดด
ป่ะ ป่ะ ไปไปโรงเรียนเหอะนะ คุณเจ๊ตตี้ 555 ได้โปรดดด
(อ่ะ ล้อเล่นนน.. แต่แอบคิดจริง)

...

สรุปแล้ว พ่อจิวกับแม่จิบเลยตกลงกันว่า
ให้เจ๊ตตี้ไปโรงเรียนจนกว่าจะหมดเทอมแล้วดูว่ายังป่วยเดือนละหนอยู่อีกหรือเปล่า
ถ้าไม่ป่วยถี่ๆ ก็จะให้ไปต่อ แต่ถ้าป่วยเยอะเหมือนเดิม ก็คิดอีกที
(ยังไม่อยากปักใจ win-win ทั้งพ่อทั้งแม่ 555)

School Dilemma

~~~~~~~~~~~~~~~~~

เหตุการณ์นี้ลามปามไปถึงช้อยส์โรงเรียนประถมของเจ๊ตตี้

หัวข้อการเลือกโรงเรียนให้ลูกนี่ คุยกันไม่รู้จบ คุยกันมาเป็นปีๆแล้วก็ไม่จบ
ถ้าเลือกได้แม่อยากให้เจ๊ตตี้เรียนใกล้ๆบ้าน แต่ก็อยากให้ลูกเรียนยาว 12 ปี
และแม่ก็อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนที่ปูพื้นฐานด้านวิชาการที่ดีให้ลูก
เพราะเจ๊ตตี้โตมาในครอบครัวนักวิชาการ คงเลี่ยงแรงกดดันไม่ได้
แม่จิบเองโดนมาตั้งแต่เด็ก แนวๆว่าพ่อแม่เรียนเก่ง ลูกก็ต้องเก่งสิ
หรือหนักไปกว่านั้น พ่อแม่เป็นด็อกเตอร์ เมื่อไหร่ลูกจะเป็น??
ซึ่งจริงๆแล้วแม่จิบค่อนข้างต่อต้านนะ ไม่ชอบกระแสแบบนี้
แต่เราอยู่ในสังคมไทย บางทีก็ต้องยอมรับว่านี่คือ การ concern จากญาติพี่น้อง
ญาติผู้ใหญ่บางท่าน รอที่จะชื่นชมเพราะท่านรักเรา คอยมองดูเรา
แม่จิบจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แรงกดดันที่ negative
แต่เป็นสิ่งที่จะค่อยๆหล่อหลอมให้เราพยายามให้มากที่สุด ไปได้ไกลที่สุด
สิ่งที่สำคัญคือ พ่อแม่ต้องอยู่เคียงข้าง ช่วยแนะ ช่วยสอน ให้กำลังใจ
และบอกให้ลูกเข้าใจว่าลูกมีทางเลือกในชีวิตเอง แต่ขอให้ทำให้เต็มความสามารถ
แม่ยอมรับได้ ถ้าลูกจะไม่ได้ end up เป็นอะไรที่เริ่ดๆ
แต่แม่รับไม่ได้ถ้าเรายังทำไม่เต็มที่ ไม่สุดความสามารถของเรา

...

ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่ก็ต้อง set the stage เพื่อให้ลูกได้ grow
ได้เติบโตเต็มที่ แบบที่ภาษา HR เค้าเรียกว่า unblock your potential
ส่วนจะเลือกไปทางไหนนั้น ขอให้ลูกได้มีพื้นฐานที่กว้างๆแน่นๆ เข้าไว้ก่อน
ที่เหลือ ก็ค่อยว่ากันอีกที

เอ่อ.. เอ่อ ออกทะเลไปไหนเนี่ย 555

...

กลับมาที่เรื่องโรงเรียน

แม่จิบไม่อยากให้ลูกเรียนร.ร.ชายล้วนตั้งแต่เล็ก โดยเฉพาะในช่วงวัยประถม
เพราะบุคลิกภาพ คาแรคเตอร์ต่างๆของเด็กจะถูกฟอร์มในช่วงวัยประถมนี่เอง
พ่อจิวคือ product ของร.ร.ชายล้วน เรียนยาวประถม-มัธยม
แม้พ่อจิวจะเรียนเก่ง พื้นฐานภาษาดี สมกับที่ได้เรียนร.ร.ดีๆ
แต่ถ้าเลือกได้ พ่อจิวก็คิดเหมือนแม่จิบว่าอยากให้ลูกเรียนร.ร.สหฯมากกว่า
เพียงแต่ ร.ร.ในฝัน มันก็คงเป็นแค่ฝันแหละ 555

เพราะถ้าคิดเรื่องการเดินทาง ความสะดวกรับส่ง
สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน การดูแลเอาใจใส่ของครู สังคมเพื่อน
การปูพื้นฐานด้านองค์ความรู้ต่างๆให้เหมาะสมตามที่ควรจะเป็น
สุดท้ายแล้วคงได้แค่ซัก 80% แหละมั๊ง จะให้หาได้ทั้งหมดลูกคงต้องอยู่บ้าน
กร๊ากกก

และสำคัญไปกว่านั้น เมื่อหาได้แล้วก็ไม่รู้ว่าลูกจะเข้าได้หรือเปล่า
เพราะโรงเรียนดีสำหรับเรา ก็คงดีสำหรับคนอื่นเหมือนกัน
การแข่งขันและเกณฑ์ต่างๆในการคัดเลือกสมัยนี้ก็...นะ รู้ๆกันอยู่

...

ทั้งหมดนี้ ทำให้เรื่องเรียนเป็นเรื่องใหญ่สุดๆๆๆ
ใหญ่เพราะว่าคุยกันเท่าไหร่ก็คงไม่ลงตัวซักที จนกว่าจะเข้าไปเรียนแล้วนั่นแหละ
ถึงจะได้ฤกษ์หยุดคิด หยุดถกเถียงเรื่องนี้กันซักที (อย่าบอกว่าบ้านอื่นไม่เป็น)

ล่าสุด(เมื่อก่อนเดือนพ.ค.) แม่จิบตั้งใจจะให้ลูกเรียนร.ร.เดิมไปจนจบป.6 แล้วค่อยไปเข้าร.ร.มัธยมชายชื่อดังซึ่งไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นักทีหลัง
ใกล้บ้าน รับส่งง่าย วิชาการแข็งแรงใช้ได้ สิ่งแวดล้อมใช้ได้
แม้จะเรียนในห้องแอร์สลับกับพัดลม หรืออยู่ใกล้ถนนใหญ่
แต่ก็มีสนามกว้างๆ อย่างน้อยให้มีอากาศหายใจในโรงเรียนบ้าน ไม่ใช่มีแต่ตึก
(และแม้จะแพงไปนิดส์ แต่หลายๆคนก็บอกว่าเรทนี้ธรรมดาสำหรับร.ร.เอกชน)

แต่.. แต่.. ร.ร.เจ๊ตตี้จะยุบชั้นประถมหลังจากกฎหมายใหม่บังคับใช้ Y_Y
ทำเอาเราต้องตาลีตาลาน หาร.ร.ใหม่กันอีกรอบ

...

เริ่มต้นกลับมาถกกันใหม่หลายเดือน ก็ยังไม่สรุปซักที
จนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ขับรถพาคุณตาไปธุระอ่ะแหละ)
ก็เลยได้ข้อสรุปในรถ ระหว่างทำหน้าที่โชเฟอร์นั่นเอง

สุดท้ายร.ร.ที่แม่และคุณตาอยากให้เจ๊ตตี้ได้เข้าเรียน
ก็เป็นหนึ่งในร.ร.แรกๆที่เคยเลือกไว้แต่แรก
แต่ถูกตัดช้อยส์ทิ้งไปเพราะหลายๆเหตุผล
หลักๆคือ วิชาสายวิทย์-คณิตที่เหมือนจะไม่แข็งเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับด้านภาษา
และการรับส่งที่ค่อนข้างจะลำบาก แม้ระยะทางจะไม่ไกลจากบ้านนัก
ถ้าแม่ไม่ได้ stand by รับส่งลูกเองทุกวัน ก็คงจะเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ก็เป็นโรงเรียนที่จัดว่าเข้าได้ยากสุดๆๆ ร.ร.นึง รับเด็กน้อยมาก
ต้องเรียกว่าแล้วแต่บุญวาสนาจริงๆถึงจะได้

ประเด็นสำคัญที่สุด ที่ทำให้แม่ตกลงใจเลือกร.ร.นี้เป็นคำตอบสุดท้าย
ก็คือ ประเด็นเรื่องสุขภาพของเจ๊ตตี้นั่นเอง
ร.ร.ที่แม่อยากให้เจ๊ตตี้เรียน แม่ขอเลี่ยงมลภาวะของเมืองหลวงซักนิด
การที่ร.ร.แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ อย่างน้อยก็ดีกว่าร.ร.ที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่
ก็ได้แต่หวังว่าจะดีกับเด็กภูมิแพ้อย่างเจ๊ตตี้ คงจะไม่ป่วยบ่อยเหมือนตอนนี้
จำนวนเด็กต่อห้อง และจำนวนห้องต่อชั้นที่น้อย น่าจะทำให้ได้รับการดูแลทั่วถึง
ชื่อเสียงทางด้านวิชาการ ไม่เป็นรองใคร
โดยเฉพาะด้านภาษาถือว่าเป็นอันดับต้นๆของประเทศเหมือนกัน
แม้ว่าจะมีกฎระเบียบมากมายที่เด็กและผู้ปกครองต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
แต่ก็เป็นร.ร.ที่ปลูกฝังทัศนคติในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมดีงาม
สรุปว่า.. พ่อกับแม่ชอบ
(ขอไม่ระบุชื่อโรงเรียนนะคะ เพราะคิดว่าคงไม่เหมาะสม)

ตอนนี้ก็เหลือแต่ว่าคุณตาจะฝากเจ๊ตตี้ได้หรือเปล่า 555
ที่แน่ๆ ยังไม่ได้บอกอาม่าเลย อาม่าต้องร้อง "เฮ่อ" อีกแน่ๆ

ไม่เป็นไรละกัน ลองดูก่อน ถ้าได้ก็ถือว่าเป็นบุญของเจ๊ตตี้
ถ้าไม่ได้.. แม่ก็มีช้อยส์รองๆเตรียมไว้รอละกันนะครับ

^^

 

 

<< November >>

S

M

T

W

T

F

S

26 

27 

28 

29 

30 

31 

3 

5 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

The Show Must Go On
เมื่อดาวล้อมเดือน(สองดวง)
สัปดาห์รวมฮิต
เจมี่อยู่นี่คร้าบบบบ
ไปสวนสัตว์ใหญ่กับศิลปินวณิพก
School Dilemma
จิปาถะ
ข้างนอกสุกใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
ความสุขเล็กเล็ก
โอชินออกกะ
เกียรติศักดิ์ รักของข้า ชาติชายแท้ แก่ตนเอง

 

 

contributed by

hooray, it's the jj's mum!

 

mental support by
   

 

inspired by

 

Posted on Sat 26 Jul 2008 10:40

นานาสารพัน แบ่งปันความคิดเห็น

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

คุณพี่ Singulair 4 mg. มันมีแบบที่เป็นซองผงๆนะคะ ไทได้มาจากหมอ (แต่ไม่เคยกินเลย) เอามั้ยให้ๆๆๆ เวลากินใช้ละลายน้ำกินแต่ไมต้องบดเหมือนแบบเม็ดผู้ใหญ่หน่ะค่ะ

พี่จิวเอาป่าวคะ iPhone อ่ะค่ะ มีอีกหลายเครื่องเลย แต่เป็น 3 กิ๊กของเมกา ยัง unlock ไม่ได้นะคะ
ขิม   
Tue 29 Jul 2008 21:52 [34]


ให้ความเห็นอะไรเป็นเรื่องเป็นราว
ไม่ค่อยได้อะ
ให้กำลังใจก็แล้วกัน...นะ

^_____________^

palmyandpino.diaryclub.com
palmyandpino.diaryclub.com



หนิง   
Tue 29 Jul 2008 21:28 [33]

เรื่องเรียน ถ้าอนุบาล 1 ก็ไม่แน่ใจว่าจะบ่วยอีกหรือเปล่าหละนอะ ตอนที่ปาล์มมี่อยู่เดย์แคร์ ก็ป่วยบ่อยเหมือนกัน แต่พอเข้าอนุบาล ก็ดูเค้าแข็งแรงขึ้นเยอะ จะมีอย่างมาก ก็แน้มูกนิดหน่อย (ที่จริงก็ไม่อยากทักนะเนี่ย กลัวป่วยเหมือนกัน อิอิ)

และก็เห็นด้วยกับพ่อจิวเหมือนกันน๊า ที่ต้องปรับตัวใหม่อีกครั้งนึง

แต่ (แน่ะยังมีแต่อีก) ก็สงสารเจมี่ เหมือนกันที่ต้องมาสืบทอดไข้หวัดจากพี่ชายด้วยเนอะ ...

ถ้าคิดอีกที จบเทอมฝนก็อาจไม่ตกแล้ว อาจจะไม่ป่วยบ่อยก็ได้น๊า ....
littlepalmy.diaryclub.com   
Mon 28 Jul 2008 23:35 [32]

เมื่อกี้ใช้คอมอีกที่ keyboardก็เสีย
เอาใหม่นะคะ

วันนี้เปิดเทอม ไม่ได้ให้ลูกไปเรียน
เพราะเพิ่งเลิกดูดนิ้ว ยังอยากให้ลืมให้ได้อีกสักแป๊บบบนึง
วันสองวันก็ยังดี อิอิ

ออยรู้สึกว่าไปรรแล้วไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่
ได้มาแต่เด็กงองแง ผอมแห้ง ยุงกัดเต็มขา......... เฮ้ออออ
เพราะเค้าคงไม่ค่อยได้ทานข้าวที่รร.น่ะค่ะ
แล้วครูก็คงไม่ได้คะยั้นคะยอมาก
ไม่ใช่ความผิดครู เพราะลูกเราต้องรู้จักปรับตัวและsurviveเอาเอง
แต่ก็รู้สึกว่าเค้ายังเล็กไปรึป่าวที่เราจะpush เค้ามากขนาดนั้นค่ะ

สรุปว่าตอนนี้ก็คิดๆว่าอาจจะให้กลับไปแค่เทอมนี้แล้วพอ(ยังไม่แน่ใจ..ยังคิดไม่ตก)


เรื่องดีขึ้นก็เห็นจะแค่ว่ามีเพลงใหม่ๆกลับมาบ้านร้อง
แล้วอีกอย่างก็ความพัฒนาในการปรับตัว(ซึ่งเมื่อไหร่ค่อยเริ่มก็น่าจะได้)

แล้วจะมาบ่นในนี้ทำไมเนี่ยยยยย
เอาเป็นว่ามาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้คิดๆเหมือนกันอยู่ว่าจะให้กลับไปเรียนดีรึป่าวค่ะ

แค่นั้นแหละ(ว่าซะยาวเชียว อิอิ)

ปล.ว่าแต่อ่านแบบนี้ไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ
อยากรู้ชื่อรร.ด้วยอ่ะ
ทำงัยดี
proudlypresents.diaryclub.com   
Mon 28 Jul 2008 16:48 [31]

เหตุผลในการหยุดเรียน เป็นเหตุผลยอดฮิตเลยนะเนี่ย
แต่อย่างว่าล่ะ แน่ใจหรือว่ากลับไปเรียนตอนอนุบาลแล้วจะป่วยน้อยลง
แต่ยังไงเรื่องน้องป่วยตามเนีย คงดีขึ้นละนะ เพราะโตขึ้น
แต่ก็อีกล่ะ ต้นตาลจนป่านนี้ยังป่วย เดือนละหลายๆรอบอยู๋เลย
ขนาดดูแข็งแรงขนาดนี้แล้วนะ ส่วนเรื่องน้องป่วยตามเนี่ย เลี่ยงไม่ได้แน่ๆ

เรื่องเลือกรร.เนี่ย เป็นปัญหากันทุกบ้านเลยเนอะ
เลือกยากจริงๆ แต่ส้มคงไม่เลือกแล้วล่ะ 5555
ไว้อีก 3 ปีค่อยลุ้น ต้นข้าวอีกรอบ ถ้าไม่ได้เรียนที่เดียวกับพี่ชาย คงกลุ้มใหม่

ปล. แต่อยากรู้อ่ะ ว่าจะให้ จต เรียนที่ไหน กระซิบบอกหน่อยดิ

tontarn.diaryclub.com   
Mon 28 Jul 2008 16:07 [30]

ว้ายยยย
เรี่องเดียวกันเลยค่ะ
วันนี้กำลังกลุ้มเรี่องไม่ค่อยอยากให้พราวกลับไปเรียน
แต่เหตุผลไม่เหมีอนกันค่ะ
รู้สึกว่าทุกอย่างที่เจ๊ตตี้ได้จากรร.พราวเป็นอยู่แล้ว
pampers,พูด,ร้องเพลง
ไปรร.ข้าวก็น้อยมากๆๆๆๆจนตัวผอม
กลัวว่าจะกลับไปดูดนี้วด้วย
เพราะเพี่งเลกได้อ่ะ

ไว้มาต่อค่ะ
พราวพราว   
Mon 28 Jul 2008 14:17 [29]

ปวดหัวเรื่องเดียวกันเลย...

เห็นด้วยที่สุดว่าเราต้องไม่ตัดโอกาสลูก
เราพ่อแม่ก็ต้องปูพื้นฐานให้ลูกให้กว้างที่สุดไว้ก่อน
จนเมื่อเค้าโตพอจะตัดสินใจเองได้ว่าชอบอะไรค่อยให้เค้าต่อไปเอง
แล้วเราค่อยไกด์อยู่ห่างๆเท่านั้น

เคยอ่านกระทู้ "อยากให้ลูกเป็นเป็ดหรือเป็นปลา" รึเปล่า
แหม่มว่าตอนเล็กๆควรจะให้รู้อย่างเป็ด คือรู้กว้างๆทุกอย่าง ทั้งเดิน ทั้งบิน ทั้งว่ายน้ำ
อาจจะไม่เก่งทุกอย่างแต่ในที่สุด(หวังว่า)เค้าจะรู้ว่าเค้าชอบอะไร
จากนั้นก็ให้เค้าเลือกว่าอยากจะว่ายน้ำเก่งเหมือนปลาหรือบินเก่งเหมือนนก

ตอนนี้ยังสรุปอะไรไม่ได้แม้แต่โรงเรียนอนุบาล
เพราะมันก็ต้อง link ไปถึงโรงเรียนประถมด้วยน่ะ
แต่ก็เริ่มมีเล็งๆในใจไว้แล้ว (ว่างๆจะไปเขียนในไดลับเล่นๆ)
amimi.diaryclub.com   
Mon 28 Jul 2008 14:07 [28]

ปีหน้าลูกบัวก็ต้องเข้าอนุบาลแระ
ยังไม่ได้ไปดูโรงเรียนเลยพี่จิบ
อยู่บ้านนอกก็งี้แหละ มีช้อยส์น้อย 55
dow แม่น้องบัว   
Mon 28 Jul 2008 13:56 [27]

เหตุผลนึงที่ไม่อยากมีลูกก็เพราะเรื่องโรงเรียนนี่แหล่ะ เดี๋ยวนี้ซับซ้อนเหลือเกิน ต้องคิดกันหลายตลบ การแข่งขันก็สูง
Mucki_girl   
Mon 28 Jul 2008 13:42 [26]

อ้าว..จบแล้วเหรอ? ตกลง รร. ไรอ่ะ? อยากรู้ อยากเห็น..

พี่ก็คิดจนปวดหมองน้อยๆเหมือนกันเรื่อง รร. เนี่ย..
รร. ที่ไปอยู่ก็ไม่ได้ชอบสุดๆ แต่ก็คิดว่าคง balance ที่สุดในมุมของเราเองสำหรับอนุบาลแถวนี้

เพราะคุณสมบัติของรร.อนุบาลข้อแรกที่นึกถึงเลยคือเน้นใกล้บ้าน..

ส่วนประถม จริงๆก็อยากให้ลูกเข้า รร. สาธิต ประสานมิตร
เพราะชอบแนวทางการสอนและกิจกรรมที่ส่งเสริมศักยภาพหลายอย่างของนร. + บุคลากรมีคุณภาพ เรียกสั้นๆว่าครูส่วนใหญ่จะเก่ง ที่สำคัญรู้สึกว่าตนเองมีความสุขมากตอนที่อยู่ รร. (ศิษย์เก่าเฟร้ย)
แต่ก็อ่อนใจว่าจะรับส่งยังไง..

มองๆสาธิตเกษตรไว้ เพราะอยู่ในเส้นทางมากกว่า ก็ไม่รู้จะมีปัญญาแข่งกับชาวบ้านแค่ไหน ไม่มีเส้นสายแต่อย่างใด
ถ้าสอบไม่ได้ก็ต่อประถมแถวบ้านเหมือนเดิม

ปล. ภาษา HR ที่นี่เรียกว่า Unleash Talent ล่ะ
tannoi.diaryclub.com   
Mon 28 Jul 2008 13:16 [25]

น้องเจ๊ตตี้ใส่ชุดนักเรียนแล้ว หล่อจริงๆเลย คะ น่ารักๆ
MooMink   
Mon 28 Jul 2008 12:48 [24]

แงๆๆ พิมพ์มาตั้งยืดยาว พิมพ์ตัวเลขผิดนิดเดียวหายหมดเลย

เอาเป็นว่า..รร.ที่ จต.เรียนเตรียมอนุบาลอยุ่เนี่ยะ..เป็น รร. ที่หมีพูห์จะเข้าเทอมหน้าเหมือนกัน เพราะชอบที่สถานที่กว้างขวาง แต่ติดที่ที่ว่าค่าเทอมแพงไปหน่อยเท่านั้นเอง เลยคิดว่าเรียน รร.หน้าปากซอยบ้านคุณยายดีกว่ารับส่งง่ายดี

อย่าให้ จต ลาออกเลยนะคะ เรียนต่อไปน่ะดีแล้ว เพราะเด็กที่เรียนจะมีพัฒนาการดีกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียน และเข้ายังได้รู้จักการเข้าสังคมด้วยนะคะ และที่สำคุญที่สุด เสียดายตังค์ด้วยค่ะ..แฮ่ะๆๆ..

ส่วนเรื่องหา รร. ให้ลูกต่อไปในอนาคต ที่บ้านแม่แพรก็เป็นค่ะ..เพราะอย่างที่บอกที่บ้านแม่แพรสายทหารทั้งนั้น ก้ย่อมวุ่นวายในเรื่องการเรียนเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็คุยกันลงตัวแล้วค่ะ..อย่าคิดมากนะคะ ค่อยๆ คิด

อ่านมาเรื่อยๆนะ เห็นความเห็นคุณเม้ง ความเห็นเขาตรงกับแม่แพรทุกเรื่องเลยอ่ะค่ะ โดยเฉพาะคำพูดนี้ "เม้งไม่หวังให้ลูกเรียนเก่งเพราะชื่อเสียงทางวิชาการของ รร เม้งหวังให้ได้ environment ดี เพื่อนดี ครูดี แค่นี้พอ"

ขอเป้นกำลังใจให้ จต เข้า รร.ที่หวังไว้ให้ได้นะคะ..
แม่แพร   
Mon 28 Jul 2008 10:57 [23]


เชื่อว่าเวลาเลือกโรงเรียนให้ลูกพ่อแม่ต้องคิดหนักทุกคนคะ

โชคดีนะคะ ขอให้ได้ดังใจหวังคะ
แม่อร/น้องฟลุ๊ค   
Mon 28 Jul 2008 10:43 [22]

อ่านแล้วเล่นอาวเครียดเหมือนกานน๊าเนี่ย - -"
*peung*   
Mon 28 Jul 2008 9:32 [21]

โรงเรียนนี้นอกจากต้นไม้ล้อมรอบแล้ว ยังมีพี่ตะหานเป็นเพื่อนตรึมเลย ก๊ากๆๆๆ ไม่ต้องกลัวพวกแม่ค้าขายขนมหวานล่อเด็กด้วย

ปล. อีกหน่อย จต ต้องเรียกน้าฝน ว่า (รุ่น)พี่ฝน นะ กั่กๆๆๆ

ปล. 2 อาทิตย์หน้ามีเลี้ยงรุ่น เดี๋ยวจะลองถามเพื่อนๆ ที่เอาลูกเข้าอนุบาลให้ดู
chuda.diaryclub.com   
Mon 28 Jul 2008 8:32 [20]

เรื่องเลือกโรงเรียนให้ลูก นุ่นว่ามันเป็นอะไรเหมือนเล่นหวยเหมือนกันนะ ไม่รู้ที่เราเลือกจะแทงถูกหรือผิดค่ะ

เอาใจช่วยให้ได้สิ่งที่ถูกใจที่สุดนะคะ

ปล กม ใหม่ออก ถึงกับต้องยุบประถมเลยเหรอคะ เห็นว่า พรบ การศึกษาเอาชนที่ออกใหม่ แย่มากๆเลย ไม่ได้มีผลแค่กับโรงเรียน แต่ว่ามันกระทบถึงเด็กและผปคด้วยนะ
primandpan.diaryclub.com   
Sun 27 Jul 2008 21:12 [19]

เหอ เหอ เหอ เรื่องเรียนเรื่องใหญ่

ขนาดน้องยังมะได้แต่งงาน ยังมะได้มีลูก ยังคิดเลยว่าแถวที่อยู่มี ร.ร. อะไรดีบ้าง 555

(นี่อ่ะ ตย.ของคนคิดมาก)
lifesucks.diaryclub.com   
Sun 27 Jul 2008 17:18 [18]

ขอให้ได้โรงเรียนตามที่แม่จิบอยากจะให้ จต เข้าละกันจ้า ขอให้คุณตาฝากให้ จต ได้นะคะ คุณตา จต สู้ๆ ค่า

ปล. แต่โรงเรียนนี้คงไม่ใช่โรงเรียนเดียวกันกับพิชชี่แน่ๆ ล่ะค่ะ
พิชชี่ กะ นิกกี้   
Sun 27 Jul 2008 14:44 [17]

เห็นด้วยนะ จต เหมาะกับโรงเรียนแบบนั้น มากๆแล้วอ่ะ มีโอกาส ก็เข้าไปเหอะ รร. นั้น ใครๆก็อยากอยู่ แต่ไม่มี วาสนาเท่าเจ๊ 555
aaeykiwi   
Sun 27 Jul 2008 14:36 [16]
 

ลูกชายเกิดปลายปีค่ะ เพิ่งเอาไปเนอสเซอรี่ ตอนแรกมีพี่เลี้ยงอยู่กับบ้าน กิน นอนเล่น แถมนอกดึกมากๆๆ เลยหา รร ให้น้องไปเตรียมก่อนขึ้น อ.1 ค่ะ หลังจากเข้าเรียนได้ 1 อาทิตย์ ก็ป่วยมาตลอด เดือนๆๆ ไป รร ไม่เกิน 15 วันค่ะ ได้คุยกับพ่อเค้าเหมือนกันเรื่องจะให้หยุดไปก่อน แต่... ความคิดหมือนแม่จิ๊บค่ะ ว่าจะอยู่กินๆๆ นอนที่บ้านไปใย ไป รร ได้ความซน ความดื้อ กลับมาให้ปวดหัวดีกว่า ส่วนเรื่องป่วยเนี้ย ตอนนี้เช็คอยู่ว่าเป็นภูมิแพ้หรือไม่ เฮ้ออ สู้ๆๆ น่ะค่ะ เรื่อง รร เนี้ย เป็นอะไรที่คิดแล้วคิดอีก อยู่ตลอด
ลูกป่วยบ่อย   
Sun 27 Jul 2008 12:28 [15]

เอ่อ...คิดหนักเนาะ เลือกโรงเรียนให้ลูกๆนี่... พี่ว่าโรงเรียนมีส่วนช่วยระดับหนึ่ง แต่แรงสนับสนุนจริงๆ มาจากการปูพิ้นฐานจากทางบ้านด้วยล่ะ....

แหะๆพอดีที่บ้านทำโรงเรียน เลยเรียนฟรีมาเกือบตลอดชีวิตเลยจ้ะ
อ้อ   
Sun 27 Jul 2008 4:45 [14]

เออ เรื่องใหญ่จริงๆหล่ะ สำหรับเด็กไทยนะ สังคมบ้านเราค่อนข้างกดเรื่องแบบนี้แบบเลี่ยงไม่ได้เลยอ้ะ ฝรั่งยังงงฮ่ะ ขนาดที่บ้านอ้ำไม่ค่อยเคร่งมากนะ แต่เลี่ยงไม่ได้ที่จะพยายามทำทุกอย่างให้ลูกๆเข้า รร ดีๆ

หลานๆที่บ้านอ้ำเรียนชายล้วนกะหญิงล้วนกันหมด เออ รร ดี วิชาการดี (เซนคาเบียล กะเซนฟรังอ้ะเจ๊) แต่โตในรถฮ่ะ วันๆติดอยู่ตรงนั้น มลภาวะสุดๆไปเลย หลานสาวสิบกว่าขวบเอง เป็นหอบต้องเอายาพ่นไปด้วย แต่เวลาปิดเทอมอยู่บ้านยายไม่ต้องพ่น ไม่เป็นไรเลย แถมพฤติกรรมไอ้หลายชายเจ็ดขวบ เล่นแต่กับเพื่อนผู้ชายไง ดิบสุดๆเลย หลานสาวก้อวันๆกลับมาเล่าแต่คนนีเป็นทอม คนนั้นเป็นดี้ เฮ้อ...

คิดๆว่าจะกลับไปให้แจสมินเรียนป๑ ที่ไทย ปวดกะบาลแล้วตอนนี้ เอาใก้ลบ้านเหมือนกันและคงต้องเป็นสห เพราะน้องจะได้ไปด้วยกันเลย
แต่ถ้าอยู่อังกิดต่อก้อหมดปัญหา
เด็กที่นี่เรียนไปเล่นไป ไม่ต้องแย่งกัน

อิชั้นก้อโดนกดดันว่ะเรื่องเรียนเนี่ย
แต่ได้แค่เนี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า
jasaum.diaryclub.comสาวสวย..ลูกสอง..สุดเซ็กซี่   
Sun 27 Jul 2008 3:16 [13]

เอาที่ละเรื่องพี่อ่านรีเสิร์ชและหลายๆเปเปอร์ของหมอและของ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาวัยเริ่มต้น บอกว่าเด็กจะป่วยเยอะ แบบนี้ไปจนเข้าป.1 แหล่ะคะน้องจิบ เลยได้แต่ว่าทำใจ แต่เด็กนมแม่ อย่างน้อยก็มีภูมิระดับหนึ่ง พี่เข้าใจแหล่ะน้องมี่คือตัวแปรสำคัญแต่อีกไม่นานน้องมี่ก็จะเกิน 1 ขวบแล้ว พี่ว่าภูมิคุ้มกันก็ต้องมากตาม ป่วยตอนนี้โตมาแข็งแรงก็ไม่เป็นไรนะคะ เลี่ยงไม่ได้ อย่างวิลพี่ยังยืนยันให้ไปค่ะ แต่อีกที ทั้งหมดมันเกิดจากการตัดสินใจของพ่อแม่ แบบไร้แรงกดดัน

เข้าใจเลย ว่า ครอบครัววิชาการ อย่างบ้านพี่ คุณพ่อคุณแม่จบโท เค้าพูดเลยว่า ลูกทุกคนต้องจบอย่างน้อยเท่าพ่อแม่ แบบอูย...ตอนนั้นเกิดอารมณ์ไม่จบแล้วมันจะเป็นไรไหม แต่ตอนนี้เข้าใจ ฮ่าๆ เจ้าหนุมานน้อยกับน้องมี่ก็รับช่วงต่อไป จริงๆมันเป็นความกดดันที่ต้องทำให้ได้มากกว่ากดดันแบบ ตายกันไปข้างนะน้องจิบนะพี่ว่านะ

เรื่องโรงเรียนเมืองไทยพี่ไม่เคยกล้าออกความเห็น เพราะ เครียดดดดแบะไม่มีประสบการณ์โดยตรง เลยขอข้ามอ่านความเห็นแม่ๆคนอื่นไปดีกว่า

มาอยู่อเมริกาม๊ะ มีทุกช๊อยส์ให้เลือกเรียนไม่เครียดไม่แข่งขันแบบ ปวดกะโหลกเหมือนไทยด้วย ฮี่ๆๆๆ มาม๊ะ มาม๊ะ

smoothiegirl.diaryclub.com   
Sun 27 Jul 2008 2:26 [12]

เรื่องโรงเรียนนี่ถกกันได้ตลอดเลย0ib'q

สงสัยจะเป็นโรงเรียนเดียวกับที่จะพาโฟกัสไปสมัครเหมือนกันแน่เลย ลองดูๆๆgokt
tinybear.diaryclub.com   
Sun 27 Jul 2008 0:42 [11]

เฮ่ย เมื่อกลางวันมาอ่านเป็นตอนนึง
(เลี้ยงลูกไม่มีเวลาเม้นท์ Y_Y แต่มีเวลามาเปิดดู แปร่วววว)
อัพแล้วเหรอ

ยกมือเห็นด้วยคับ ว่าอยู่ต่างจังหวัด
ไม่ปวดหัวเลย เรื่องเลือกโรงเรียน
แต่แอบตกใจตัวเองนิดนึงว่า "เลือกได้แล้วเหรอ เร็วจัง"
ดูเหมือนกับว่าเราไม่ใส่ใจในการเลือกโรงเรียนให้ลูกเลยอ่ะ
(เห็นแม่ๆ คนอื่นกลุ้มกัน แต่เราไม่เป็น อิอิ ได้ทีเกทับ)
มองซ้ายมองขวา ก็มันมีให้เลือกอยู่ไม่กี่โรงนี่หว่า
ไม่โรงเรียนวัด ก็โรงเรียนอินเตอร์
คือกะว่าถ้าโรงเรียนวัดที่นี่ได้คุณภาพประมาณโรงเรียนกทม.ในปัจจุบัน
ก็คงส่งลูกไปโรงเรียนวัดน่ะ
(ย้อเย่น)

แล้วก็แม่อิ๋วเนี่ยนะ เป็นผลพวงจากโรงเรียนสตรีล้วนค่ะ
ขอบอกว่าไม่ดีเลย
จบมาตอนเข้ามหาลัยใหม่ๆ เป็นโรคกลัวผู้ชายอย่างแรง
ไม่ไว้ใจ เพื่อนชวนไปกินข้าว (ในโรงอาหาร เพื่อนคนอื่นก็อยู่)
ปฏิเสธไม่กล้าไปค่ะ แปลกๆ ไงก็ไม่รู้
แล้วก็อีกหลายๆ อย่าง ก็เลยคิดว่าจริงๆ เรียนสหฯแบบเป็นธรรมชาติของการเข้าสังคมน่ะ
ดีแล้ว

อยากรู้จังว่าแม่จิบเลือกโรงเรียนไหนให้เจ็ตตี้ อิอิ

ปล. ไป (แอบ) อ่านคอมเม้นท์ในไดฯพราวมาก แม่อิ๋วว่า เราสองคนน่าจะมีความแต่งต่างกันก็ตรงที่อารมณ์นั่นแหละ
แม่จิบน่าจะใจเย็น ส่วนแม่อิ๋วก็ใจร้อน
ร้อนจนบางทีมานั่งคิด จะร้อนไปไหนหว่า
ทำเสร็จแล้วก็เสียจายทุกที Y_Y
แต่บางทีก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้น่ะ
แหะ แหะ
littleasia.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 22:35 [10]

เรื่อง รร เนี่ยที่เมืองไทยคิดหนักเหมือนกันนะคะ ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยอย่างที่น้องจิบกล่าวมา ยังดีว่าเรามีสิทธิ์ที่จะเลือก ถ้าเป็นลูกตาสีตาสาคงไม่มีทาง

การปูพื้นไว้ให้ลูกย่อมดีที่สุดค่ะ แล้วก็ดูต่อไปว่าเค้าชอบทางไหน

เรื่องไม่สบายตั้งแต่ไป รร ใหม่ๆนี่ พี่จัสตอนสามขวบป่วยมากกก แบบว่าทุกวีคเลยค่ะ ไปสี่เดิอนป่วยไปหาหมอสี่ครั้ง ทานยาแก้อักเสบโดสละสิบวัน แกไอเอยะมาก จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน พี่เองก็ท้องด้วย ทนไม่ไหวเลยให้ออกมาพักจนไปได้ รร ใหม่ซึ่งดีกว่าค่ะ ไม่รับเด็กป่วยมาก เพราะที่เก่าน่ะเป็นไพรเวทเค้าต้องการเงิน

ไปที่ใหม่เค้าก็มีป่วยนะคะ แต่ดีขึ่นเยอะ ภูมิคุ้มกันก็ดีขึ้นค่ะ ตอนนี้แกไปอนุบาลแล้วของรัฐที่ใกล้บ้านดีค่ะ เอเรียที่อยู่ดี เลยไม่ต้องไปเอกชน จะแพงมาก

พี่ว่าจะไปโวลันเทียในคลาสลูกอีกค่ะ จะไปดูการเรียนการสอน การดูแลให้ใกล้ชิด ดีว่าแกเป็นเด็กฉลาด จำเก่งมาก

รร ใกล้บ้านก็ดีอย่างนึงคือเด็กไม่เครียดการเดินทาง แต่เรื่องวิชการก็สำคัญ หลานของพี่ลูกลูกพี่ลูกต้องย้ายไปอยู่กะบ้านยายเค้าที่ใก้ล้ รร กว่าน่ะค่ะ รร ดีที่ กทม

ก็ค่อยๆคิดกันไปนะคะ เรื่องลูกเนี่ยคิดกันไม่จบ

พี่ก็มีสองหน่อพอแล้วค่ะ คิดว่าค่อนข้างเพอร์เฟคแล้ว จริงๆตอนแรกอยากมีอีกนะคะ เผื่อจะได้ลูกสาว แต่พอคิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า ลูกสาวจะน่าห่วงมากว่าลูกชายน่ะค่ะ แล้วพี่ก็แก่ไปจิ๊ด อิอิ

อยู่เมืองนอกเลี้ยงเองทำเองซะหมดค่ะ ค่อนข้างเหนื่อยแต่สุขใจที่ได้เป็นแม่เต็มตัวจริงๆ ถ้าอยู่ไทยคงให้แม่และพี่เลี้ยงๆค่ะเพราะพี่ทำงานแน่นอน

เลี้ยงลูกเพศเดียวกันง่ายค่ะ ไปในแนวทางเดียวกัน เค้าก็จะได้สนิทกันได้มากด้วย คิดว่าดีไปอีกแบบค่ะ

เรื่องโตไปเค้าจะไม่สนิทกับแม่ ไม่จริงเสมอไปค่ะ อาจจะไม่สนิทเท่าลูกสาวในบางเรื่อง แต่ก็สนิทและรักได้ในระดับหนึ่ง

ตัวอย่างก็สามีพี่ค่ะ แม่เค้ามีลูกชายล้วนๆ สามีพี่สนิืกับแม่มากๆ โทรหาแม่ตลอด นี่พี่ก็ชวยมาให้อยู่ด้วยกัน เค้าก็ดีใจมากค่ะ

เด๋วมาต่อเรื่องสมัยเด็กๆนะคะ ^^
justinandjaden.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 21:25 [9]

เรื่องโรงเรียนนี่ เรื่องใหญ่ ค่อยๆตัดสินใจน้า อุ้มนี่เลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง (และดวง)จริงๆ เพราะพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงมาอ่ะค่ะ เรื่องโรงเรียนนี่ไม่เคยเลือกให้เลย เหอๆๆ เข้าใกล้บ้านให้ได้อย่างเดียว เรียกว่าโชคยังดีที่มาถึงตรงนี้ได้ แต่ถ้ามีพ่อแม่ช่วยเลือกช่วยปูทางให้ โอกาสดีๆมีสูงค่ะ เรื่องโรงเรียนนี่สำคัญมากๆๆๆจริงๆ
deeda.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 17:54 [8]

เรืองโรงเรียนลูกนี่เป็นเรื่องใหญ่จริงๆค่ะ
ปรางกับพี่ต้นคุยกันเรื่องนี้ตั้งแต่ตั้งท้อง จนตอนนี้ก็ยังคุยกันได้ไม่จบไม่สิ้น (อิอิ ก้อมานยังไม่ถึงเวลาซ้าที)

มารอดูว่าน้องพี่เจ้ตตี้จะเข้าโรงเรียนอะไร แบบว่าเดาไม่ถูกอ่ะ
มะปราง   
Sat 26 Jul 2008 15:32 [7]

วินนี่ก็ป่วยมากขึ้นหลังจากที่ไปโรงเรียนค่ะ บางเดือน 2 หนเลยนะ
แต่เชื่อว่าดีกว่าอยู่บ้านนะ เพราะเห็นพัฒนาการหลายๆ อย่างของลูกดีขึ้นอะค่ะ

tomdome.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 14:46 [6]

ใช้ถ่านอะไรอะตัวเอง แรงดี ไฟไม่ตกเลย.....

เม้งว่านะ อย่าเครียดเลย เดี๋ยวก็ตามๆไปเป็นขั้นตอนเองแหละ

ส่วนเรื่องเรียนเตรียมอนุบาล เม้งว่านานาจิตตังนะ แล้วแต่องค์ประกอบอื่นๆด้วย เม้งเอามฟเข้าเรียนตามเกณฑ์ ไม่ยัดก่อนเกณฑ์ด้วย มฟเกิด ส.ค. ช้าไปแค่ 3 เดือน เหตุผลเพราะมฟไม่แข็งแรง ป่วยบ่อย ขนาดเข้าตามเกณฑ์ยัง 3 วันดี 4 วันไข้เลย เอามาติดน้องกระจาย

แต่ก็ดีไปอย่าง วฟเลยไม่ค่อยป่วย เพราะรับเชื้อจากพี่มาแล้วเต็มที่ เทียบกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน วฟป่วยน้อยกว่า หายเร็วกว่า

ถ้าคุณจิบรับมือกับเจมี่ได้ ก็ให้ จต ไปเรียนเหอะ เค้าไปมาแล้ว เค้าน่าจะชอบปอ่ะ เลิกครึ่งๆกลางๆอย่างงี้จะดีหรอ.....

เรื่องเรียนสห เม้งไม่อยากอ่ะ เคยไปสอน รร ของ กทม เห็นเด็กชายหญิงกอดคอกัน เค้าเป็นเด็ก คงไม่คิด แต่เห็นแล้วไม่ชอบอ่ะ กลัวลูกติดเป็นนิสัยว่าทำอย่างงี้ไม่เป็นไร

รร ดี เม้งเห็นด้วยนะ ยังไงก็สู้ ส่งไกลแค่ไหนก็ยอม เม้งมองตรงข้ามกับคุณจิบนะ เม้งไม่หวังให้ลูกเรียนเก่งเพราะชื่อเสียงทางวิชาการของ รร เม้งหวังให้ได้ environment ดี เพื่อนดี ครูดี แค่นี้ก็พอ

ไม่รู้สิ อาจต่างกันตรงพื้นฐานครอบครัวอย่างคุณจิบว่าก็ได้

จุดมุ่งหมายของเม้งคือ เลี้ยงลูกให้เอาตัวรอดพอ หนุกหนานกับหารเรียน รักเรียน แต่ไม่ต้องเรียนเก่ง top class ก็ได้

เรื่อง รร เม้งพอมีรู้จักคนในแวดวง ยังไม่ชัวร์เลยว่าจะได้ป่าว ทำใจไว้ครึ่งๆ ไม่ได้ก็เรียนที่เดิมไป คาดหวังมากก็ปวดหัวอ่ะคุณจิบ เม้งเป็นพวกง่ายๆอยู่แล้ว ได้ก็เอา ไม่ได้ไม่เป็นไร

เม้นท์ยาวราวเขียนได ไปและดีก่า

ก่อนไป this is to keep you informed ตอนนี้กฎหมายมัน update ออกมาใหม่ว่า ถ้าจะเลิกจ้างก่อนต้องบอกล่วงหน้า 30 วัน แม้ว่าจะยังไม่พ้นทดลองงาน ไม่งั้นก็จ่าย 1 เดือน พอดีโทรไปคุยกะซี้มาหนะ แล้วเรื่องศักยภาพในการทำงาน คิดว่าไม่ใช่ประเด็น คงเป็นเรื่อง politics มากกว่า เพราะนายฝรั่งคนที่รับเพื่อนเม้งเข้างานก็โดนเด้งไปก่อนหน้านี้ เพื่อนเม้งมันยอมให้ลดเงินเดือน แต่บอสัดมันไม่เอาเลย เศร้าเนอะเจอแบบนี้
muffinwafer.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 13:04 [5]

อ่านเรื่องพี่ แล้วก็ร้อง เฮ้อ ก่อนอาม่า 555

ตัวเอง ก้อ เพิ่งมาคิดตก เหมือนกันพี่ อาจจะไม่ดีเลิศ แต่ก็น่าจะดีที่สุดในความสามารถ ของตัวเอง
nat-da   
Sat 26 Jul 2008 11:27 [4]

เลือกโรงเรียนให้ลูกยากจริงๆด้วย ตอนนี้ขิมเล็งอยู่สองสามทางเลือกแต่ยังไม่จริงจังนัก คุณยายอยากให้เข้าเซ็นท์ดอร์มินิค เข้าที่เดียวอยู่ได้ยาวถึงมอหก แล้วคุณตาก็มีเส้นเข้าได้ชัวร์ แต่แม่กับพ่อไม่อยากให้อยู่โรงเรียนชายล้วน

แม่จะไปเป็นอาจารย์มหาลัยเก่า เพื่อให้ลูกได้เรียนสาธิตไฮโซ พ่อก็ไม่อยากให้เข้าสาธิตนั้นอีก (พ่อนี่เรื่องมากจริงๆ)

เลยว่าจะให้เรียนแถวบ้าน ประถมที่ปิยะจิตวิทยา ต่อด้วยมัธยมที่เตรียม พัฒนาการ อู๊ยย ชีวิตไทน้อยเดินไม่ก็ขี่จักรยานไปโรงเรียนโลด ชีวิตอยู่ในรัศมีสามกิโล จะโลกแคบไปมั้ยอ่ะป้าจิบ เวลาไปช้อปก็ไปจัสโก้ ฮ่าๆๆๆๆๆ จะได้เป็น เด็กชายไท ณ พัฒนาการ ไปเลย
ultramarineblue.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 11:14 [3]

น้องจิบ ( ขออนุญาติเรียกน้องนะคะ )

จริงๆแลัวนับๆไปพี่จบจาก วฉ น่าจะ 17 ปีค่ะ เพราะรหัส 34 ต่างกันแค่ปีเดียวเองเนอะ

ตอนอยู่อนุบาลเป็นนักกีฟาค่า ก็มีทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างแต่ไม่ได้ถือป้าย คงสวยสู้น้องจิบไม่ได้นะคะ ฮ่า หน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนตอนนี้

เจิมก่อนนะ ^^
justinandjaden.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 11:11 [2]

[299:148]

ปัญหาเรื่องโรงเรียนของลูกนี่
แทบจะเป็นเรื่องท็อปฮิตติดชาร์ต
ยิ่งช้อยส์เยอะ ทางเลือกเยอะ ก็คิดเยอะ เนอะ
เด็กต่างจังหวัดไม่มีช้อยส์มากนัก
เกิดมาก็รู้ว่าต้องเรียนร.ร.นี้แหละ (แบบแม่จิบ)
มีช้อยส์แค่ 2-3 ช้อยส์ ดีจัง ไม่ปวดหัว กร๊ากก
jjbrothers.diaryclub.com   
Sat 26 Jul 2008 10:43 [1]